เนื่องจากคนเราแต่ละวัยย่อมมีความต้องการอาหารแตกต่างกันตามกลุ่มอายุ และความต้องการอาหารยังเปลี่ยนแปลงตามสภาพของร่างกายด้วย ในการบริโภคจึงสามารถแบ่งประเภทของช่วงอายุ เพื่อให้ถูกต้องตามวัยและสภาพของร่างกายดังนี้
กลุ่มของหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร
ในกลุ่มนี้ควรบริโภคอาหารให้ครบทั้ง ๕ หมู่ ในปริมาณที่มากขึ้น รวมทั้งการดื่มนมรสจืดและกินปลาที่สามารถกินได้ทั้งตัว เพื่อให้ได้แคลเซียม เลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เช่น ตับ เลือด หัวใจ เนื้อสัตว์ ผักใบสีเขียวเข้ม เป็นต้น เนื่องจากในกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และมักจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าที่ควรเป็น อาหารที่บริโภคเข้าไปต้องสามารถนำไปเสริมส่วนต่างๆ ที่ร่างกายขาดได้อย่างพอเพียง รวมไปถึงการบำรุงเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์อีกด้วย
สำหรับอาหารที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารประเภทหมักดอง อาหารรสจัด อาหารที่ใส่ผงชูรสหรือสารเคมี ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด
กลุ่มของทารก (อายุ ๐ – ๑๒ เดือน)
สำหรับทารกแรกเกิดถึง ๔ เดือน ควรให้เฉพาะนมแม่เพียงอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหรืออาหารอื่นๆ เมืออายุครบสี่เดือนขึ้นไป สามารถให้อาหารได้ตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่ ซึ่งในการเตรียมอาหารให้กับทารกต้องถูกสุขลักษณะและเหมาะสมตามพัฒนาการ การกิน การย่อย เริ่มจากอาหารเหลวไปสู่อาหารอ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย และทารกหลัก ๖ เดือนขึ้นไป ก็ควรกินอาหารให้ครบทั้ง ๕ หมู่ ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับวัยนี้คือ อาหารที่ใส่สี สารกันบูด และผงชูรส
กลุ่มของเด็กวัยก่อนเรียน (อายุ ๑ – ๕ ปี)
เด็กวัยนี้ควรให้รับประทานอาหารครบทั้ง ๕ หมู่ ไม่ว่าจะเป็นปลา เนื้อสัตว์ ไข่ รวมทั้งผัก ผลไม้ควรกินประจำ และเสริมด้วยนมสดรสจืดอย่างน้อยวันละ ๒ – ๓ แก้ว รวมทั้งการฝึกให้มีมารยาทและนิสัยการบริโภคที่ดี พยามยามให้งดอาหารประเภทขบเคี้ยว ลูกอม น้ำหวาน น้ำอัดลม ซึ่งจะมีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
กลุ่มของเด็กวัยเรียน (อายุ ๖ – ๙ ปี) และวัยรุ่น (อายุ ๑๐ – ๒๔ ปี)
ในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต ต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้ง ๕ หมู่ และหลากหลายชนิด กินให้ครบทั้ง ๓ มื้อ ในเด็กควรดื่มนมรสจืดทุกวัน อย่างน้อยวันละ ๑ แก้ว และควรใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงรสอาหาร รวมทั้งการบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เช่น ตับ เลือด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ นอกจากนี้ยังต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารขบเคี้ยว อาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัดหรือเผ็ดจัด รวมไปถึงอาหารจานด่วนตามแบบตะวันตก
กลุ่มอายุต่างๆ (วัยทำงาน ๒๕ – ๕๙ ปี) (ชายวัยทอง ๔๐ – ๕๙ ปี) (หญิงวัยทอง ๔๕ – ๕๙ ปี)
ในกลุ่มอายุต่างๆ เหล่านี้ ยังคงต้องการสารอาหารและพลังงาน ดังนั้นต้องกินอาหารให้ครบ ๕ หมู่ รวมทั้งการกินอาหารประเภทปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเมล็ดแห้ง อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม เช่น นม และปลาที่กินทั้งตัว จำพวกปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย กุ้งแห้ง ส่วนในการปรุงอาหารก็ควรหันมาใช้น้ำมันพืช เพราะวัยนี้มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักมากเกิน จึงควรหมั่นออกกำลังกาย ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมกับพักผ่อนให้เพียงพอ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงของกลุ่มคนเหล่านี้ ได้แก่ อาหารที่มีรสจัด ประเภทหวานจัด เค็มจัด เผ็ดจัด อาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม อาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน กะทิ และเนย รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท
กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป)
กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มักมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ ประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ เริ่มเสื่อมถอยลง ทำให้ประสบปัญหาด้านสุขภาพ ควรเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพื่อบรรเทาอาการของโรคที่แทรกซ้อนต่างๆ อาหารหลักยังต้องรับประทานให้ครบ ๕ หมู่ เน้นที่ปลาและพืชผักใบเขียว ผลไม้ไม่หวานจัด ลักษณะอาหารควรเป็นชนิดที่เคี้ยวและย่อยง่ายประเภท ต้ม นึ่ง ตุ๋น และควรดื่มนม รับประทานปลาเล็กปลาน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารประเภททอด หรือมีกะทิ เนย อาหารรสจัดต่างๆ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์